
หลังจากให้ดูรูปกันไปแล้ววันนี้ก็มีให้ดูอย่างจุใจอีก(ด้านใน) และตามสัญญารีวิวเล็กๆที่สรุปมาจากเว็บ Gizmodo พร้อมให้ท่านได้เก็บข้อมูลละ จริงๆ จะว่าไปมันก็คือ Macbook Pro สีขาวดีๆ นี่เอง
ต้องบอกว่า hardware ข้างใน Macbook Unibody ใหม่ตัวนี้แทบไม่ต่่างกับ Macbook Pro 13″ เลย ( ตัวMHz ถูกที่สุดนะครับ ) ทั้งสองต่างก็ใช้ Processor Core 2 Duo 2.26GHz, cache L2 3MB, Frontside bus 1066, พร้อมกับแรม 2GB แถมยังใช้จอประเภทคล้ายกันที่ทำให้มุมการมองกว้างขึ้น และที่สำคัญอัตราความคมชัดยังเท่ากันอีกด้วย สิ่งที่แตกต่างกันจริงๆ ก็คือความคมชัดของสีที่รุ่นโปรมีมากกว่า 60%
มาในโฉมใหม่ไฉไลกว่าเดิม

Macbook unibody รุ่นนี้มาในโฉมใหม่ ขอบเป็นมน จอ glossy เคสล่างมียางแปะอีกชั้น ดูเด่นตั้งแต่เห็นครั้งแรก ถือเป็นรุ่นสุดท้ายของ laptop Apple และเป็นการสิ้นสุดการเปลี่ยนรูปแบบการดีไซน์เป็น unibody แผ่นยางข้างล่างทำออกมาค่อนข้างดี เป็นที่น่าพอใจ ช่วยให้ยึดได้ดีขึ้น
นอกจากนั้น ยังมีจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น อย่างเช่น trackpad ในรุ่นนี้เป็นแบบกระจก รองรับ multitouch เหมือนรุ่นโปรแล้ว จอมีการแสดงรายละเอียดที่มากขึ้น และ iSight เป็นทรงกลมแทนทรงเหลี่ยมเหมือนเมื่อก่อน คีย์บอร์ดมี layout ที่เหมือนเดิม แต่ตำแหน่งของ shortcut บางตัวถูกอัปเดทให้เหมือนมาตราฐานรุ่นใหม่ๆ ที่มีมา
Macbook ใหม่นี้ยังมาพร้อมกับ adapter 60W รุ่นใหม่ที่มีหัว (ส่วนติดต่อกับตัว Macbook) เหมือน Macbook AIR
โดยภาพรวมแล้ว การเปลี่ยนครั้งนี้ถือได้ว่าทำให้ Macbook เป็น “Pro” มากขึ้น ด้วยการคงใช้วัตถุดิบการผลิตจาก polycarbonate ไม่ได้เปลี่ยนไปใช้ aluminum ทำให้การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เปรียบได้กับการอัปเกรดจาก Toyota Yaris เป็น Camry ไม่ใช่ Luxury แต่ก็ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้อย่างชัดเจน
Benchmark และ Battery Life

ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง MacBook aluminum unibody 13″ ของปี 2008 กับ MacBook Pro aluminum unibody 13″ แล้วก็ MacBook unibody 13″ รุ่นใหม่นี้จะเห็นว่าทั้งสามมี benchmark ที่แตกต่างกันน้อยมาก ซึี่งความแตกต่างนี้อาจจะเป็นเพราะสองเครื่องแรกใช้ Leopard และ Macbook ใหม่ใช้ Snow Leopard
ในการทดสอบเบ็ตเตอร์รี่โดยการควบคุมสภาวะการทำงานในสถานการณ์จริงให้เหมือนกันคือ เปิด “Wi-Fi, เปิด backlight คีย์บอร์ด เล่นหนัง H.264 แบบ non-stop ผลปรากฎว่า Macbook ตัวใหม่สามารถทำงานนานได้ถึง 4 ชั่วโมง 12 นาที นี่อาจจะเป็นเพราะการจัดการ Hardware ภายในใหม่ ไม่ใช่เพียงเพราะการมีเเบ็ตเตอร์รี่แบบใหม่เท่านั้น ส่วนทางด้านราคายังไม่แน่ใจ เอาไว้จะมาบอกอีกที
รูปเพิ่มเติม





ที่มา : itupdate.net

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น